ความสำคัญของการปลูกสัก

ไม้สัก เป็นไม้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แทบทุกรูปแบบตามอายุและขนาดของไม้ที่ตัดออกมาจำหน่าย ตั้งแต่ไม้ซุงขนาดใหญ่ เพื่อแปรรูปใช้ในการก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ ไม้ปาร์เก้ ไม้อัด ไม้แกะสลัก ต่อเรือ ฯลฯ

 

สักเป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลกเนื้อไม้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เนื่องจากมีคุณสมบัติของเนื้อไม้ละเอียดตกแต่งได้ง่ายลวดลายสวยงามและมีความทนทานต่อสภาพ ภูมิอากาศพบมากในพื้นที่เป็นดินร่วนปนทรายที่อุดมสมบูรณ์ สักในประเทศไทยจะพบกระจายอยู่ทั่วไป ตามธรรมชาติทางภาคเหนือสำหรับในประเทศไทยมีการกระจายพันธ์ุตามธรรมชาติในท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ตาก กำแพงเพชร      นครสวรรค์ และอุทัยธานี

สักเป็นทรัพยากรป่าไม้ที่มีคุณค่ายิ่งต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและ อนาคต อีกทั้งยังเป็นฐานการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทสำคัญอย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และ ระบบนิเวศที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของมนุษย์ ในสังคมไทย เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่าสักจัดเป็นทรัพยากรที่สามารถทดแทนได้เมื่อมีการใช้ประโยชน์ ดังนั้น
จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของประเทศไทยในการบริหารจัดการให้อำนวยประโยชน์อย่าง ยั่งยืนและเกิดเป็นผลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมร่วมกันเชิงบูรณาการอย่างต่อเนื่อง      ไม้สัก เป็นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะมีคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของต่างประเทศมาก เป็นไม้ที่ใช้ได้สารพัดประโยชน์ หากจะใช้ก็จะใช้ได้ทุกส่วน ตั้งแต่เสา พื้น ไปจนถึงหลังคา แม้แต่ใช้แทนมุงกระเบื้องหลังคา นอกจากนั้น ยังทนทานมาก ทนแดด ทนฝน ปลวกไม่กิน เนื้อไม้ก็นิ่ม แกะสลักง่าย สีสวย ใช้ทำเครื่องเรือนได้ดีที่สุด อายุการใช้งานยาวนาน วัดหลายแห่งในภาคเหนือสร้างด้วยไม้สักอายุ 400 ปี ยังอยู่ในสภาพดี